20 March 2009

Why Your Inbox Is Full

Follow up on my last post:

Why Your Inbox Is Full

Office workers spend an average of 25% of their time each day sending and receiving email, according to a December 2008 survey by the Radicati Group. Respondents to the survey send an average of 38 email messages and receive an average of 102 email messages, 17% of which contain attachments, per day.

SOURCE: The Radicati Group

11 March 2009

โลกที่ข้อมูลมากเกิน

คุณเคยเป็นไหม ยืนอยู่กลางฝน แล้วมองขึ้นไป (กรุณาจินตนาการตาม เป็นภาพ slow motion) ฝนล้านๆเม็ด แดกดันกันลงมาใส่ตัวคุณอย่างช้าๆ (เพราะเป็น slow motion) ความรู้สึก มันเหมือนกับที่ อาจินต์ ปัญจพรรค์ เคยบรรยายไว้ใน "มหาลัยเหมืองแร่"

ว่า "ฝนตกจนใบไม้โงหัวไม่ขึ้น"

นี่คือความรู้สึกของผมในขณะนี้ เว้นแต่ ฝนที่ว่า คือ ข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาสู่ตัวผม
--------------

ปกติ ผมเช็คเมล์ทุกๆ 10 นาที เพื่อที่จะได้ติดตามข้อมูลทันเหตุการณ์
ที่่นี่โรคติดอีเมล์กำลังระบาดหนัก คนส่วนใหญ่จะเปิดหน้าต่างเมล์ค้างไว้ และคอยจ้องมองทุกๆนาที

ช่วงหลังผมจึงตัดสินใจ เอาชนะโรคนี้ให้ได้

ผมลองเช็คเมล์แค่ตอนเช้า ตอนเย็น และตอนกลางคืน
กลายเป็นว่าทุกครั้งที่เช็ค inbox ผมหมดเวลาเกือบชั่วโมง เพื่อนั่งเช็คร้อยกว่าอีเมล์ที่เข้ามาในแต่ละวัน

แน่นอนว่าสิ่งที่มีมากเกิน คุณค่าย่อมลดลง
บางครั่งสิ่งสำคัญก็จมหายไปกับปริมาณข้อมูลที่เข้ามามากเหลือ

วันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานคลับที่ผมทำงานให้ ส่งเมล์มาให้ ไป re-register คลับ
ผมพลาดเมล์นั้นไปหนึ่งวัน ตอนนี้คลับของผมถูกถอนออกจากทะเบียนของมหาลัย

อีเมล์จาก Facebook ติดต่อเรื่องงานซัมเมอร์ ก็ถูกลงไปกองอยู่ใน กลุ่มเมล์จาก facebook.com
จนผมมาเห็นเมล์นั้น 3 วันต่อมา

ปรากฎการณ์นี้ไม่ใช่แค่อีเมล์
ทุกวันผมใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งอัพเดดตัวเอง จากการอ่านบล็อกเพื่อน, บล็อก tech, ข่าว nytimes, ข่าวกรุงเทพธุรกิจ, google news, ...
------------------

ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่ายุคที่เค้าเรียกกันว่า ยุคข้อมูล ข่าวสาร มันทำให้ชีวิตเราดีขึ้นจริงๆรึปล่าว
หรือ มันเป็นเพียงการพัฒนาจากฝนที่ทำให้ใบไม้โงหัวไม่ขึ้น เป็นพายุไต้ฝุ่นที่พัดแรงโหมกระหน่ำเข้ามา

วันนึง คนเราจะถึงจุดจำกัดที่สมองรับข้อมูลไม่ได้อีกแล้วรึปล่าว

บางครั้ง สื่งที่เราต้องการ อาจจะเป็น ฟ้าหลังฝน...

... ผมปิดหน้าต่าง twitter และ facebook แล้วออกไปนั่งคุยกับ roommate

(Vieques Island, Puerto Rico; January 2009)

11 January 2009

นักวิทยาศาสตร์

วันนี้มากับคำถามสั้นๆครับ อยากให้ทุกคนคิดและตอบ อยากรู้ความคิดเห็นทุกคน

ถ้าพรุ่งนี้มีนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งออกมาเปิดเผยว่า เค้าค้นคำพยากรณ์ชีวิตของทุกคน ที่ไม่ใช่คำพยากรณ์ธรรมดา แต่เป็นลิขิตชีวิตของทุกคน ที่ชีวิตทุกคนจะต้องเป็นไปตามนั้น...

นักวิทยาศาสตร์คนนี้ใจดีจัด เลยจะส่งลิขิตชีวิตไปถึงบ้านทุกคน ในวันพรุ่งนี้เช้า ...

เพียงเปิดขึ้นอ่าน... คุณก็จะรู้อนาคตของตัวคุณทุกรูขุมขน...
อีกสองวัน คุณจะเจอคนรัก ที่คุณจะรักหมดหัวใจ แต่ด้วยลิขิตฉบับนี้ คุณรู้ล่วงหน้าว่า เค้าจะขอเลิกกับคุณในอีกสองวัน แต่คุณก็ยังไม่เชื่อลิขิต
สี่วันข้างหน้า คุณจะไปเที่ยวกับคนรักของคุณ แต่คำ่คืนนั้นจะจบด้วย คนรักคุณจะขอเลิก คุณขึ้นสั้น เกือบฆ่าตัวตาย แต่หาเชือกไม่เจอ
เจ็ดวันต่อไป รู้ทั้งรู้ว่าคุณจะสอบตก (จากการอ่านคำทำนายนี้) ก็ยังไม่อ่านหนังสือ และสอบตก
สิบวันต่อไป คุณรู้สีกตัวว่ากำลังเป็นหุ่นยนต์ ที่ทำทุกอย่างตามคำสั่งของ แผ่นกระดาษหนึ่งใบ แต่คุณก็ทำอะไรไม่ได้เพราะดันอ่านมันไปแล้ว...

คำถาม คือ ....
คุณจะเปิดอ่านลิขิตชีวิตของคุณหรือไม่?


กรุณาตอบโพลล์ และเพิ่มเติมความคิดเห็นที่ Comments ครับ

10 December 2008

รักเธอประเทศไทย ...



New BigAss Single

15 November 2008

มุกจีบสาว...



แปลเป็นไทย... คุณสวยเหมือนถุงก๊อบแก็บ
(จาก หนึ่งในหนังโปรดของผม American Beauty, 1999)


It was one of those days when it's a minute away from snowing and there's this electricity in the air, you can almost hear it. And this bag was, like, dancing with me. Like a little kid begging me to play with it. For fifteen minutes. And that's the day I knew there was this entire life behind things, and... this incredibly benevolent force, that wanted me to know there was no reason to be afraid, ever. Video's a poor excuse, I know. But it helps me remember... and I need to remember... Sometimes there's so much beauty in the world I feel like I can't take it, like my heart's going to cave in.

10 November 2008

Fall - 2006

วันก่อนล้างคอม แล้วผ่านไปเจองานรูปถ่าย สมัยสองปีที่แล้ว เป็นงานสำหรับวิชา Film Photography ที่ Andover ได้เรียนอะไรหลายๆอย่าง ทั้งประวัติศาสตร์ของ Photography, Dark room, และได้เข้าใจอะไรๆเกี่ยวกับการถ่ายรูปขึ้นเยอะ ท้ายเทอม ทุกคนในคลาสก็ต้องรวบรวมงาน จัดเป็นการแสดงขึ้น ผมได้รวมรูป 8 รูปเข้าไว้ด้วยกัน (หาไม่เจอรูปหนึ่ง) ภายในชื่อ "Fall" และได้สแกนรูปเก็บไว้ เลยอยากเอามาฝากทุกคนกัน เป็นงานขาวดำ/ฟิลม์ครั้งแรกในชีวิต...

คิดเห็นอย่างไร บอกกล่าวกันได้ครับ...

05 November 2008

Hope and Change

ในที่สุดวันเลือกตั้งประธานาธิบดีก็มาถึง ทันทีที่ CNN ประกาศว่า Obama ชนะ คนทั้งห้องกว่าร้อยคนลุกขึ้น โห่ร้องสนั่นลั่นห้อง ทุกคนยิ้ม หัวเราะ บางคนกอดกัน ร้องไห้ นี่คือวันประวัติศาสตร์ของอเมริกา!

Obama เริ่มต้นเส้นทางสู่ประธานาธิบดีอย่างเงียบๆรั้งท้ายโพลล์ทุกสำนัก ทั้งเขาต้องแข่งกับ Clinton ซึ่งมีคะแนนนำโด่งและเป็นที่รู้จักมาก่อน

แต่ด้วยความสามารถ วินัย และความมุ่งมั่นได้นำ โอบามา เข้าสู่เส้นชัย

เมื่อต้นปีหลังจาก โอบามา แพ้ให้กับ คลินตันที่ New Hampshire เขาได้กล่าวสุนทรพจน์ "Yes, we can" ที่กลายเป็นที่โด่งดัง และมีคนนำมาทำเป็นเพลง มีตอนหนึ่งของบทพูดที่น่าประทับใจเป็นพิเศษ:
We have been told we cannot do this by a chorus of cynics who will
only grow louder and more dissonant in the weeks to come. We've been
asked to pause for a reality check. We've been warned against
offering the people of this nation false hope.

But in the unlikely story that is America, there has never been
anything false about hope. For when we have faced down impossible
odds; when we've been told that we're not ready, or that we shouldn't
try, or that we can't, generations of Americans have responded with a
simple creed that sums up the spirit of a people.

Yes we can.

มีคนมากมายเตือนเขาให้หยุดเลิกให้ความหวังลมๆแล้งกับผู้คน เตือนให้เขายึดหลักความเป็นจริง และเลิกเพ้อฝัน ... แต่ที่แผ่นดินแห่งนี้ ความหวังไม่เคยหายไปกับสายลม

โอบามาพูดถูก... ความหวังคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง... ตลอดช่วงการหาเสียง Hope, Change เป็นหัวข้อหลักของฝั่งโอบามา เด็กมหาวิทยาลัย คนรุ่นใหม่ที่เคยเบื่อหน่าย หมดหวังกับการเมือง ได้กลับมามีความหวังใหม่อีกครั้ง

และแล้ววันนี้ก็มาถึง โอบามาประกาศ ณ ที่ปราศัยที่ ชิคาโก ต่อหน้าคนมากกว่าแสนคน หลังรู้ผลการเลือกตั้ง
If there is anyone out there who still doubts that America is a place where all things are possible, who still wonders if the dream of our founders is alive in our time, who still questions the power of our democracy, tonight is your answer.

It's been a long time coming, but tonight, because of what we did on this date in this election at this defining moment change has come to America.
ถ้าใครยังสงสัยว่าที่แห่งนี้ ความหวัง ความฝันยังมีอยู่ คืนนี้คือคำตอบของคุณ การเปลี่ยนแปลงได้มาสู่อเมริกาแล้ว... ทันทีที่โอบามาพูดจบ CNN ถ่ายไปรอบๆ ผู้คนโห่ร้องยินดี ร้องไห้ ผมมองไปรอบๆห้อง บรรยากาศไม่ต่างอะไรกัน ผู้คนยืนปรบมือ กอดกัน และร้องไห้ เสียงจากท้องถนนด้านนอก ผู้คนหลายร้อยออกมาเดินตามถนน โห่ร้องยินดี

ผมหวนคิดถึงประเทศที่ผมจากมา... ความหวังสูงสุดของผม คือ การได้มีความรู้สึกนี้ หัวเราะ ร้องไห้ ภาคภูมิใจในตัวนายกฯ ผมไม่รู้ว่าความหวังนี้จะไกลเกินไปหรือเปล่า แต่โอบามาก็ได้สอนให้ผมมีความหวังต่อไป...