11 March 2009

โลกที่ข้อมูลมากเกิน

คุณเคยเป็นไหม ยืนอยู่กลางฝน แล้วมองขึ้นไป (กรุณาจินตนาการตาม เป็นภาพ slow motion) ฝนล้านๆเม็ด แดกดันกันลงมาใส่ตัวคุณอย่างช้าๆ (เพราะเป็น slow motion) ความรู้สึก มันเหมือนกับที่ อาจินต์ ปัญจพรรค์ เคยบรรยายไว้ใน "มหาลัยเหมืองแร่"

ว่า "ฝนตกจนใบไม้โงหัวไม่ขึ้น"

นี่คือความรู้สึกของผมในขณะนี้ เว้นแต่ ฝนที่ว่า คือ ข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาสู่ตัวผม
--------------

ปกติ ผมเช็คเมล์ทุกๆ 10 นาที เพื่อที่จะได้ติดตามข้อมูลทันเหตุการณ์
ที่่นี่โรคติดอีเมล์กำลังระบาดหนัก คนส่วนใหญ่จะเปิดหน้าต่างเมล์ค้างไว้ และคอยจ้องมองทุกๆนาที

ช่วงหลังผมจึงตัดสินใจ เอาชนะโรคนี้ให้ได้

ผมลองเช็คเมล์แค่ตอนเช้า ตอนเย็น และตอนกลางคืน
กลายเป็นว่าทุกครั้งที่เช็ค inbox ผมหมดเวลาเกือบชั่วโมง เพื่อนั่งเช็คร้อยกว่าอีเมล์ที่เข้ามาในแต่ละวัน

แน่นอนว่าสิ่งที่มีมากเกิน คุณค่าย่อมลดลง
บางครั่งสิ่งสำคัญก็จมหายไปกับปริมาณข้อมูลที่เข้ามามากเหลือ

วันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานคลับที่ผมทำงานให้ ส่งเมล์มาให้ ไป re-register คลับ
ผมพลาดเมล์นั้นไปหนึ่งวัน ตอนนี้คลับของผมถูกถอนออกจากทะเบียนของมหาลัย

อีเมล์จาก Facebook ติดต่อเรื่องงานซัมเมอร์ ก็ถูกลงไปกองอยู่ใน กลุ่มเมล์จาก facebook.com
จนผมมาเห็นเมล์นั้น 3 วันต่อมา

ปรากฎการณ์นี้ไม่ใช่แค่อีเมล์
ทุกวันผมใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งอัพเดดตัวเอง จากการอ่านบล็อกเพื่อน, บล็อก tech, ข่าว nytimes, ข่าวกรุงเทพธุรกิจ, google news, ...
------------------

ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่ายุคที่เค้าเรียกกันว่า ยุคข้อมูล ข่าวสาร มันทำให้ชีวิตเราดีขึ้นจริงๆรึปล่าว
หรือ มันเป็นเพียงการพัฒนาจากฝนที่ทำให้ใบไม้โงหัวไม่ขึ้น เป็นพายุไต้ฝุ่นที่พัดแรงโหมกระหน่ำเข้ามา

วันนึง คนเราจะถึงจุดจำกัดที่สมองรับข้อมูลไม่ได้อีกแล้วรึปล่าว

บางครั้ง สื่งที่เราต้องการ อาจจะเป็น ฟ้าหลังฝน...

... ผมปิดหน้าต่าง twitter และ facebook แล้วออกไปนั่งคุยกับ roommate

(Vieques Island, Puerto Rico; January 2009)

2 comments:

PaTa said...

นั่งคุยกะรูมเมทก็จะได้ข้อมูลใหม่ๆเข้ามาในหัวอีก =P

ยอด said...

I love that book. btw, the book is "เหมืองแร่", not "มหาลัยเหมืองแร่" na nia